วิธีปฏิบัติการให้อาหารสายยางผู้ป่วย ทางจมูกเนื้อหานี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหากต้องการคำแนะนำหรือการวินิจฉัยทางการแพทย์
การให้อาหารทางสายยางผ่านทางจมูก (Nasogastric Tube - NG Tube) เป็นวิธีที่ต้องใช้ความระมัดระวังสูง เพราะสายพาดผ่านหลอดอาหารและอยู่ใกล้กับหลอดลมมากครับ
ขั้นตอนและวิธีปฏิบัติที่ถูกต้องเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยครับ
1. การเตรียมตัว (ก่อนให้อาหาร)
จัดท่าทาง (สำคัญที่สุด): ยกหัวเตียงสูง 30-45 องศา หรือจัดให้ผู้ป่วยอยู่ในท่านั่ง หากเป็นผู้ป่วยติดเตียงให้ใช้หมอนหนุนหลังและหัวให้สูง เพื่อป้องกันการสำลัก
ตรวจสอบตำแหน่งสาย: 1. ดูขีดเครื่องหมายบนสายยางว่าเลื่อนออกมาจากจมูกหรือไม่ 2. ใช้ไซริงค์ดูดน้ำย่อยออกมาดู (ถ้าได้ของเหลวสีเหลืองหรือเขียวแสดงว่าสายอยู่ในกระเพาะ)
เช็กอาหารค้าง (Residual Check): ดูดน้ำย่อยออกมาเพื่อวัดปริมาณ ถ้าเหลือค้างเกิน 100-150 ml ให้เลื่อนมื้ออาหารออกไป 1 ชั่วโมง เพราะแสดงว่ากระเพาะยังไม่ย่อยมื้อเก่า
2. ขั้นตอนการให้อาหาร
ล้างสายก่อนให้ (Pre-flush): พับสายยางไว้ก่อนเปิดจุกเพื่อไม่ให้ลมเข้าท้อง จากนั้นต่อไซริงค์ที่มีน้ำเปล่าประมาณ 30 ml แล้วปล่อยให้ไหลลงช้าๆ
เติมอาหาร: เทอาหารใส่ไซริงค์ ปล่อยให้ไหลลงตามแรงโน้มถ่วง ห้ามใช้ลูกสูบดัน เพราะจะทำให้ผู้ป่วยมวนท้องหรืออาเจียน
ความเร็วที่พอเหมาะ: ยกไซริงค์สูงจากหน้าผู้ป่วยประมาณ 1 ฟุต (30 ซม.) ให้อาหารไหลเรื่อยๆ อย่างสม่ำเสมอ
ล้างสายหลังให้ (Post-flush): เมื่ออาหารใกล้หมด (อย่าปล่อยให้สายว่างจนลมเข้า) ให้ตามด้วยน้ำเปล่า 30-50 ml เพื่อล้างสายให้สะอาด ป้องกันสายตันและอาหารบูดค้างสาย
3. การดูแลหลังให้อาหาร
ห้ามนอนราบทันที: ต้องให้ผู้ป่วย คงท่าหัวสูง 30-45 องศา ต่อเนื่องอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อรอให้อาหารเคลื่อนลงสู่ลำไส้ ป้องกันการขย้อนกลับมาสำลัก
ดูแลช่องปากและจมูก: แม้ไม่ได้ทานทางปาก แต่ต้องแปรงฟันหรือเช็ดช่องปากให้สะอาด และใช้ไม้พันสำลีชุบน้ำเช็ดทำความสะอาดรูจมูกข้างที่ใส่สายเพื่อลดการสะสมของเชื้อโรค
📊 ข้อควรระวังและการสังเกตอาการ
จุดที่ต้องสังเกต สิ่งที่ต้องทำ
พลาสเตอร์ที่จมูก ควรเปลี่ยนทุก 2-3 วัน หรือเมื่อเริ่มหลุด เพื่อป้องกันสายเลื่อนและแผลกดทับที่ปีกจมูก
อาการไอ/หน้าเขียว หยุดให้ทันที แสดงว่าอาหารอาจเข้าหลอดลม ให้รีบแจ้งแพทย์
ท้องเสีย/ท้องอืด เช็กความสะอาดของอาหาร และความเร็วในการให้ (อย่าให้เร็วเกินไป)